English

กิจกรรมและพิธีกรรมของวัด

หล่อพระประธาน

หล่อพระประธาน

นับตั้งแต่ที่พระอุโบสถได้เริ่มตอกเสาเข็มในเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๙ และหลังจากที่มุงหลังคาเสร็จประมาณเดือนเมษายน ๒๕๔๒ จึงกำหนดให้มีพิธีการหล่อพระประธานขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๕๙ น. โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ เป็นประธาน โดยหล่อเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก หน้าตักกว้าง ๘๙ นิ้ว (๒.๒๖ เมตร)

สำหรับพระปางนาคปรกนี้ มีตำนานเล่าขานกันว่าภายหลังพระมหาโพธิสัตว์ที่ได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเสวยวิมุติสุข (ความสุขอันเกิดจากการหลุดพ้นในห้วงวัฏสงสาร) เป็นเวลา ๗ สัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ ๖ นั้น พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่ใต้ต้นจิกทรงเปล่งอุทาน ณ ใต้ต้นจิกว่า

“ความสงัดของบุคคลผู้ยินดี ผู้สดับธรรม ผู้เห็นด้วยปัญญาเป็นสุข ความไม่เบียบเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลายเป็นสุขในโลก ความปราศจากราคะ คือความก้าวล่วงจากกามทั้งหลาย เป็นสุขในโลก นำออกเสียซึ่งอัสมิมานะ(ความถือตัวว่าเป็นนั่นเป็นนี่) เป็นสุขอย่างยิ่ง”

ในช่วงสัปดาห์นั้นมีลมพายุฝนฟ้าคะนองหนัก พญานาคนามว่ามุจจรินท์บำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ ปรารถนาพระพุทธภูมิ ได้มาแผ่พังพานโอบล้อม ปกปักษ์ระวังภัยนานานับประการ ถวายแด่พระพุทธองค์ มิให้เกิดอันตรายจากสิ่งทั้งปวงเป็นเวลา ๗ วัน จึงเป็นประวัติที่มาของพระปางนาคปรก

ลักษณะพระปางนาคปรกภายในพระอุโบสถวัดมาบจันทร์ องค์ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร เฉพาะองค์พระได้รับแบบมาจากพระพุทธรูปปางปฐมพระเทศนา ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่งามที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีพระพักตร์ที่ผ่องใสอิ่มเอิบสวยงาม พระโอษฐ์แย้มน้อยๆ เบิกพระเนตร พระเกศาเวียนประทักษิณ พระเกตุขดกลมบนพระเศียร จีวรห่มคลุมเป็นจีบพับพันรอบพระศอ พาดเต็มด้านหลังทั้งซ้ายและขวา หน้าตักกว้าง ๘๙ นิ้ว หรือ ๒.๒๔ เมตร สูง ๒.๘ เมตร

หลังจากประกอบพิธีเททองหล่อพระ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๒ พระประธานประดิษฐานในอุโบสถเมื่อวันอาสาฬหบูชา ปี พ.ศ. ๒๕๔๔

พระราชทานวิสุงคามสีมา

พระราชทานวิสุงคามสีมา

เมื่อวัดมาบจันทร์ได้มีอุโบสถแล้ว มีพระประธานแล้ว แต่ยังขาดวิสุงคามสีมาซึ่งมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ต่อมาทางวัดมาบจันทร์ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔

“จากวัดที่เป็นที่พักสงฆ์ ก็ขอกับทางราชการเป็นสำนักสงฆ์ และก็ขออนุญาตกับกรมป่าไม้นี้สร้างวัดให้ถูกต้องตามกฏหมายมหาเถรสมาคม เมื่อทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้มารังวัด เสนอไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็อนุญาตมา ก็ดำเนินเรื่องมาจะขอตั้งวัดขึ้นมา พอได้ใบประกาศตั้งวัดจากกรมศาสนาเรียบร้อยเป็นวัดที่ยังไม่ได้พระราชทานวิสุงคามสีมา เราจะทำการอุปสมบทในวัดยังไม่ได้ ยังไม่ถูกต้อง จึงต้องขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ขนาดกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ก็ได้มาเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔ วันขึ้น ๑๕ คํ่า ก็เป็นอันว่าได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว เหลือแต่ว่าปักเขตแดน”

และเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๔๔ วัดมาบจันทร์ได้ทำพิธีปักเขตวิสุงคามสีมา โดยนายอำเภอและศึกษาธิการอำเภอ เจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง ขณะประกอบพิธีปักเขต เวลาประมาณ ๑๕ นาฬิกา ท้องฝ้าสว่างแจ้ง เมื่อปักเขตแรกท้องฝ้าครึ้มลง มีฝนตกพรำๆ เล็กน้อย จากนั้นท้องฝ้าสว่าง เมื่อปักเขตที่ ๒ ก็ปรากฏเช่นนี้อีก คือมีฝนตกพรำๆ จวบจนกระทั่งปักเขตที่ ๔ เสร็จสิ้น คณะผู้ปักเขตก้าวเข้าภายในบริเวณอุโบสถ ท้องฟ้าได้กลับเป็นปกติ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นนิมิตหมายที่ดีงามอย่างหนึ่ง

หลังจากทำการปักเขตวิสุงคามสีมาแล้ว ก็กำหนดให้มีพิธีสวดถอนสีมาฯ ขึ้น ในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. ก่อนจะมีพิธีทอดกฐินสามัคคีในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๔ ซึ่งมีพระมาร่วมงาน ประมาณกว่า ๒๐๐ รูป โดยมีเจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธาน โดยใช้การสวดแบบเรียงหน้ากระดาน พระอาจารย์อนันต์ได้กล่าวถึงความสำคัญของพิธีสวดถอนสีมาในครั้งนี้ว่า

“เพราะพื้นที่ที่เราได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมานี้ ในอดีตอาจจะเคยเป็นโบสถ์มาแล้วก็ได้ เคยเป็นโบสถ์เป็นวัดมาแล้ว จึงต้องทำการสวดถอนสีมาเก่าเสียก่อน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ทราบก็ทำเอาไว้อย่างนั้น เหมือนกับว่า ในการประพฤติปฏิบัติในโอวาทปาฏิโมกข์สอนให้เราละบาปเสียก่อน แล้วค่อยบำเพ็ญบุญอีกครั้งหนึ่ง การสวดถอนก็เป็นลักษณะอย่างนั้น ทำให้มันดีทำให้มันพร้อม แล้วก็สวดญัตติสวดสมมุติอีกครั้งหนึ่งขึ้นมา ตรงนั้นก็จะเป็นสถานที่ที่จะทำให้กุลบุตรลูกหลานนั้น เข้ามาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาได้ เพื่อจะได้ประพฤติปฏิบัติสืบต่อในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ซึ่งเป็นเป็นแก่นแห่งคำสอนนั้นสืบต่อกันมา...”

หล่อนาคปรก

หล่อนาคปรก

หลังจากหล่อองค์พระประธานในอุโบสถแล้ว ได้มีพิธีเททองหล่อนาคปรก ในวันอาทิตย์ที่ ๓ กันยายน ๒๕๔๓ ณ โรงหล่อพุทธปฏิมาพรเลิศ กำแพงแสน จ.นครปฐม เวลา ๑๐.๑๘ น.

พิธีปิดทองฝังลูกกนิมิต

พิธีปิดทองฝังลูกนิมิตร

ทางวัดกำหนดให้มีพิธีปิดทองฝังลูกนิมิต ขึ้นระหว่างวันที่ ๑-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ โดยในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ จะมีพิธีผูกพัทธสีมา และวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖ จะมีพิธีอุปสมบท พระภิกษุ ๙ รูป เพื่อฉลองอุโบสถ

เผยแผ่ธรรมะในต่างแดน

เผยแพร่ธรรมต่างแดน

ทางพุทธสมาคมกรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์อนันต์ อกิญฺจโน เจ้าอาวาสวัดมาบจันทร์ มาแสดงธรรมที่พุทธสมาคมกรุงเมลเบิร์น ในวันที่ 9 ถึง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2๕41 จนชาวพุทธที่นั่นมีความเลื่อมใส ศรัทธา บริจาคที่ดินจากสมาคมสงฆ์แห่งรัฐวิคตอเรีย เพื่อสร้างวัด เมื่อท่านอาจารย์ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๔ ก็ได้ถวายที่ดิน ที่เมืองวอร์เบอร์ตันกรุงเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย จำนวน ๗๕ เอเคอร์ (๑๘๗.๕ ไร่) แด่มีพระวิสุทธิสังวร (เลี่ยม ฐิตธมฺโม) เพื่อเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง

ได้รับนิมนต์จากพระสุเมธาจารย์ (หลวงพ่อสุเมโธ) เจ้าอาวาสวัดอมราวดี ให้ไปร่วมพิธี ผูกพัทธสีมา ฉลองอุโบสถ ที่วัดอมราวดี ประเทศ อังกฤษ เมื่อเดือน กรกฎาคม ๒๕๔๒

โครงการบรรพชาอุปสมบท

โครงการบรรพชาอุปสมบท

โครงการบรรพชาอุปสมบท ภาคฤดูร้อน แก่ นิสิต นักศึกษา ในสถาบันต่างๆ

ทอดผ้าป่าสามัคคี

ทอดผ้าป่าสามัคคี

สำหรับการทอดกฐินนั้น ท่านพระอาจารย์อนันต์ ได้แสดงถึงความเป็นมาและอานิสงส์ไว้ดังนี้

"...บุญกฐินนั้นในปีหนึ่งครั้งหนึ่งนั้น ก็ประมาณออกพรรษาแล้ว ๑ เดือน พระพุทธเจ้าอนุญาตให้พระภิกษุนี้รับผ้ากฐินได้ ซึ่งผ้ากฐินที่จะเกิดขึ้นที่ญาติโยมได้มาถวายนี้เกิดขึ้นอย่างไร เกิดขึ้นด้วยหนึ่ง พระภิกษุนั้นมีความประสงค์ที่จะฟังธรรมของพระพุทธเจ้า เดินทางมาไกล แต่ว่าฤดูกาลฤดูฝนได้ตั้งขึ้นแล้ว ได้จำพรรษาในบริเวณที่ห่างไกลจากที่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ เมื่อออกพรรษาแล้ว ด้วยความประสงค์ที่จะไปฟังพระธรรมเทศนาให้เกิดปัญญาญาณภายในใจนั้นมีในจิตใจอย่างมาก จึงได้รีบเดินทางทั้งที่มีจีวรอันเก่า คร่ำคร่าอยู่ พระพุทธเจ้าเล็งเห็นเช่นนั้น ก็มีความสงสารกุลบุตรพระภิกษุทั้งหลาย พระองค์จึงได้ทรงบัญญัติไว้ว่า เมื่อออกพรรษาแล้วนั้นยังไม่ต้องรีบร้อนไปไหน ให้โอกาสญาติโยมศรัทธาทั้งหลายนั้นที่มีความฉลาด สามารถได้ถวายผ้ากฐินเพื่อพระภิกษุที่อยู่จำพรรษาแล้วจำนวน ๕ รูป แปลว่าตลอด ๓ เดือน จะได้เปลี่ยนเป็นผ้าจีวร ผ้าสังฆาฏิ หรือผ้าสบงผืนใดผืนหนึ่ง ซึ่งอานิสงส์แห่งการถวายผ้ากฐินนี้มีอานิสงส์พิเศษ..."

กิจกรรมอื่นๆ ของวัด

บรรยายธรรมและจริยธรรม

๑) การจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- กิจกรรมที่วัดจัดดำเนินการในวันธรรมสวนะ คือ การทำบุญถวายภัตตาหาร สมาทานศีล ๕ และอุโบสถศีล บรรยายธรรม ทำวัตรสวดมนต์เจริญจิตตภาวนา
- กิจกรรมที่วัดจัดดำเนินการในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ เป็นต้น คือ การทำบุญตักบาตร สมาทานศีล ๕ และอุโบสถศีล ฟังพระธรรมเทศนา ทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา เวียนเทียน เพื่อประกาศวันธรรมจักรให้ปรากฏแก่มหาชน เตือนใจให้ระลึกถึงสัจจธรรมอันวิเศษ
- กิจกรรมที่วัดจัดในวันสำคัญอื่นๆ คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ ๕ ธันวาคม และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม กิจกรรมที่วัดจัดคือการทำบุญตักบาตรจัดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ สมาทานศีล ๕ บรรยายธรรมและนำกล่าวคำสดุดีเทิดพระเกียรติเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล
- จัดอบรมบวชชีพราหมณ์ ปฏิบัติธรรม ถือศีลอุโบสถในวันสำคัญของวัดในการบำเพ็ญกุศลต่างๆ เช่นวันเททองหล่อพระประธาน เป็นต้น

๒) การบรรยายธรรมและเทศนา
พระอาจารย์อนันต์ เจ้าอาวาสวัดมาบจันทร์ ได้บรรยายธรรมและเทศนาอบรมจริยธรรมให้กับประชาชนโดยสม่ำเสมอ ทั้งในวัด ในสถานศึกษา เช่นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประเพณี และวันสำคัญอื่นๆ ตลอดปีซึ่งในการบรรยายธรรมในแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง มีประชาชนฟังการบรรยายธรรม แต่ละครั้งประมาณ ๕๐๐ คน

๓) การแจกหนังสือธรรม และซีดีธรรมะ
วัดมาบจันทร์ และญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายได้ร่วมกันพิมพ์หนังสือธรรมะต่างๆ หนังสือสวดมนต์ การปฏิบัติเจริญภาวนา ตลอดจนแผ่นซีดีที่เกี่ยวกับธรรมคำสอนในการปฏิบัติภาวนา นำมาแจกจ่ายแก่ผู้มาปฏิบัติธรรม นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป

๔) จัดโครงการทอดผ้าป่าช่วยชาติ ถวายพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เพื่อนำไปเป็นเงินกองทุนสำหรับช่วยประเทศชาติเมื่อปี ๒๕๔๑ และ ๒๕๔๓ ซึ่งมียอดบริจาคกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๕) สนับสนุนในการจัดพิมพ์หนังสือ “หยดน้ำบนใบบัว” ซึ่งเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๘,๐๐๐ เล่ม เป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐บาท

๖) สนับสนุนในการจัดสร้างเสนาสนะ ศาลา ตามวัดต่างๆ ซึ่งเป็นสาขาที่วัดมาบจันทร์ดูแลอยู่ จำนวน ๑๐ วัด ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง

๗) จัดอบรม อุปสมบทภาคฤดูร้อน ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๘) การจัดตั้งกองทุนการศึกษาสงเคราะห์ แจกทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและจัดหาอุปกรณ์การศึกษา เช่น แบบเรียน และเครื่องเขียนต่างๆ ตั้งทุนการศึกษาสงเคราะห์ พ.ศ.๒๕๓๘ ได้เริ่มก่อตั้งกองทุนสงเคราะห์นักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตอำเภอเมืองระยอง และได้มอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาโดยสม่ำเสมอทุกปี ปัจจุบันมีเงินกองทุน จำนวน ๑๐๕,๗๑๓ บาท (หนึ่งแสนห้าพันเจ็ดร้อยสิบสามบาทถ้วน)

๙) การศึกษาพระปริยัติธรรม
วัดมาบจันทร์ได้เปิดสอนตั้งแต่นักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก มีพระภิกษุเป็นครูผู้สอน เจ้าอาวาสเป็นผู้อำนวยการ ควบคุมดูแลการเรียนการสอนของพระภิกษุสามเณร เริ่มเปิดสอนตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๑ จนถึงปัจจุบัน